หมวดหมู่สินค้า
ตะกร้าสินค้า

Midas XL4-2 คอนโซลมิกเซอร์อนาล็อกระดับตำนานสำหรับการทัวร์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่

Midas XL4-2 คอนโซลมิกเซอร์อนาล็อกระดับตำนานสำหรับการทัวร์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่
New
12,500.00฿
  • Stock: In Stock
    ตรวจสอบก่อน! ว่ามีสินค้าหรือไม่
    *กรุณาโทรเช็คสต็อคสินค้าก่อนสั่ง 0811-444-729
  • Model: MIDAS-XL4
Midas XL4-2 คอนโซลมิกเซอร์อนาล็อกระดับตำนานสำหรับการทัวร์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่

Midas XL4-2 คอนโซลมิกเซอร์อนาล็อกระดับตำนานสำหรับการทัวร์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่
Midas XL4-2 (หรือรู้จักกันในนาม Midas XL4) คือคอนโซลอนาล็อกมิกเซอร์ (Analog Mixing Console) ระดับตำนานขนาดใหญ่ระดับทัวร์ริ่ง (Touring-Class) ดำเนินบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ระบบเสียงคอนเสิร์ตระดับโลก งานเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติ ทัวร์คอนเสิร์ตของศิลปินระดับตำนาน และการติดตั้งในโรงละครระดับพรีเมียม บอร์ดอนาล็อกรุ่นนี้ถูกยกย่องจากวิศวกรเสียงทั่วโลกว่าเป็นหนึ่งในมิกเซอร์อนาล็อกที่ให้ โทนเสียงที่ดีที่สุดในโลก ด้วยการติดตั้งภาคปรีแอมป์ไมโครโฟนอนาล็อกระดับพรีเมียมของ Midas ที่มอบเนื้อเสียงที่หนา อิ่ม มี Headroom มหาศาล และมีความเป็นดนตรีอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
จุดเด่นของ Midas XL4 คือระบบความคุมประสิทธิภาพสูงและการจัดการสัญญาณเสียงอนาล็อกที่ก้าวล้ำที่สุดในยุคทองของอนาล็อก มาพร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ (Moving Fader Automation) ปรีแอมป์ที่ตอบสนองไดนามิกได้อย่างยอดเยี่ยม และวงจรอีควอไลเซอร์ (EQ) แบบพาราเมตริกที่เฉียบคมและนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ ตัวบอร์ดถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีต แข็งแกร่งด้วยโครงสร้างเหล็กกล้าเกรดพรีเมียม เพื่อรองรับการทำงานระบบเสียงสดขนาดใหญ่ งานมิกซ์เสียงหน้างาน (FOH) และระบบมอนิเตอร์ระดับมืออาชีพที่ต้องการความสมบูรณ์แบบของสัญญาณเสียง 100%

คุณสมบัติเด่นของ Midas XL4-2 คอนโซลมิกเซอร์อนาล็อกระดับตำนานสำหรับการทัวร์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่
  • ปรีแอมป์ Midas XL4 ระดับตำนาน: ปรีแอมป์อนาล็อกที่เป็นต้นแบบของความบริสุทธิ์ของเสียง ให้โทนเสียงย่านต่ำที่อิ่มหนา ย่านกลางที่เด่นชัด และย่านแหลมที่พริ้วเป็นธรรมชาติ มี Noise Floor ต่ำเป็นพิเศษ
  • ภาค EQ พาราเมตริก 4 แบนด์ระดับพรีเมียม: ระบบจัดการโทนเสียงที่วิศวกรเสียงทั่วโลกยอมรับ ปรับแต่งค่า Q (ความกว้าง), Frequency (ความถี่) และ Gain ได้อย่างละเอียดและนุ่มนวล โดยไม่เกิดการบิดเบือนของเฟสเสียง
  • ระบบ Moving Fader Automation: ระบบสไลด์วอลลุ่มไฟฟ้าอัจฉริยะ (มอเตอร์เฟดเดอร์) ร่วมกับระบบจำค่าฉาก (Scene Memory) สั่งงานผ่านหน้าจอควบคุมในตัว ช่วยให้สามารถบันทึกและเรียกคืนตำแหน่งเฟดเดอร์ได้อย่างแม่นยำ
  • มิกซ์บัสและระบบจ่ายสัญญาณมหาศาล: มีช่องทางจ่ายสัญญาณ Aux Sends, Audio Groups, และ Matrix Busses จำนวนมาก รองรับการจัดระบบเสียงคอนเสิร์ตขนาดใหญ่และการแยกไลน์มอนิเตอร์บนเวทีได้อย่างไร้ขีดจำกัด
  • โครงสร้างแผงวงจรแบบโมดูลาร์ (Modular Design): แชนแนลสล็อตแต่ละช่องแยกชิ้นส่วนออกจากกันอย่างเป็นอิสระ สะดวกต่อการบำรุงรักษา ถอดซ่อม หรือเปลี่ยนอะไหล่รายช่องโดยไม่กระทบต่อระบบมิกซ์ส่วนอื่น
  • ระบบจ่ายไฟสำรองทัวร์ริ่ง (Dual Redundant PSU): ทำงานร่วมกับหม้อแปลงพาวเวอร์ซัพพลายภายนอกระดับพรีเมียม รองรับการต่อพ่วงแบบคู่ขนานเพื่อทำระบบไฟสำรอง ป้องกันปัญหาระบบดับกลางคันหน้างาน

ตารางข้อมูลจำเพาะแบบละเอียด Midas XL4-2 คอนโซลมิกเซอร์อนาล็อกระดับตำนานสำหรับการทัวร์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่
คุณลักษณะรายละเอียดข้อมูล
รหัสระบบระบุตัวตนสากลPRODUCT:MIDAS-XL4 / อ้างอิงรหัสโมเดลคอนโซลทัวร์ริ่งอนาล็อกระดับตำนานของ Midas
รหัสสินค้า / แหล่งกำเนิดแท็ก: PRODUCT:MIDAS-XL4 / ออกแบบและวิศวกรรม: ประเทศอังกฤษ (Designed in UK)
ประเภทอุปกรณ์คอนโซลอนาล็อกมิกเซอร์ขนาดใหญ่ระดับทัวร์คอนเสิร์ต (Large-Format Touring Analog Mixing Console)
โครงสร้างแชนแนลอินพุตรองรับโครงสร้างขนาดใหญ่ (มักจัดชุดที่ 48, 56, หรือ 64 แชนแนลฟูลพาราเมตริกอินพุตโมโน/สเตอริโอ)
ระบบพาราเมตริก EQ ช่องโมโน4-Band Fully Parametric EQ พร้อมปุ่มเปิด-ปิด Low Cut และ High Cut ตัวกรองความถี่แยกอิสระ
ช่องสัญญาณเข้าทางกายภาพช่องอินพุต XLR ตัวเมียเกรดพรีเมียมแบลานซ์สากล พร้อมช่อง Insert และ Direct Out ทุกแชนแนล
ช่องสัญญาณออกทางกายภาพช่องเอาต์พุต XLR ตัวผู้แบลานซ์ความต้านทานต่ำ สำหรับบัสหลัก บัสมอนิเตอร์ กลุ่มเสียง และเมทริกซ์
ระบบเฟดเดอร์ควบคุมเสียงมอเตอร์เฟดเดอร์ระบบไฟฟ้า (Moving Fader Automation) ขนาด 100 มิลลิเมตร เกรดสูงสุด
ระบบควบคุมหน่วยความจำมีคอมพิวเตอร์และหน้าจอควบคุมบนบอร์ดสากล สำหรับบันทึกค่าพรีเซ็ต ซีน มิวท์กรุ๊ป และระดับเฟดเดอร์
ระบบโครงสร้างตัวเครื่องเฟรมเหล็กกล้าหนาแน่นสูงพ่นเคลือบสีเทาคลาสสิกสไตล์ Midas แผงข้างไม้หรูหราทนทานสูง
ขนาดตัวเครื่อง (รวมแร็คเคส)ความกว้างเฉียงเกิน 2 เมตรขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับจำนวนแชนแนลโมดูลที่จัดตั้งระบบจากโรงงาน)
น้ำหนักบอร์ดมิกเซอร์ประมาณ 150 - 200+ กิโลกรัม (น้ำหนักโครงสร้างฟูลเฟรมอนาล็อกแท้ระดับอุตสาหกรรม)
ระบบภาคจ่ายไฟเลี้ยงทำงานร่วมกับพาวเวอร์ซัพพลายภายนอก Midas XL490 PSU (รองรับการต่อพ่วงไฟคู่ขนาน Redundant)

วิธีการใช้งานเบื้องต้น Midas XL4-2 คอนโซลมิกเซอร์อนาล็อกระดับตำนานสำหรับการทัวร์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่
  • 1. การจัดจัดตั้งและการต่อสายสัญญาณระบบ
    • เนื่องจากตัวคอนโซลมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก ต้องใช้ทีมช่างยกจัดวางบนโต๊ะควบคุมกลางสนาม (FOH) หรือตั้งบนฐานแร็คทัวร์ริ่งที่มั่นคงและราบเรียบที่สุด
    • เสียบสายสัญญาณไมโครโฟน สายสัญญาณจากไดเร็กบล็อก (DI Box) หรือเครื่องดนตรีทั้งหมดเข้าที่ช่อง Input XLR ด้านหลังบอร์ดตามแผนผังแชนแนลลิสต์ (Channel List)
    • ต่อสายเอาต์พุตหลักจากช่อง MAIN OUT (หรือ Master VCA Busses) ส่งสัญญาณเสียงผ่านระบบอนาล็อกแบลานซ์ไปยังเครื่องประมวลผลระบบลำโพงหลัก (โพรเซสเซอร์) และระบบแอมป์คุมลำโพงคู่หน้า
  • 2. การเชื่อมต่อภาคจ่ายไฟหลักและการเปิดเครื่อง
    • เชื่อมต่อสายไฟมัลติคอร์พาวเวอร์เส้นหนาจากตู้หม้อแปลงพาวเวอร์ซัพพลายภายนอก (Midas XL490 PSU) เข้าที่ช่องรับไฟด้านหลังตู้คอนโซลหลัก ขันตัวล็อกให้แน่นหนา
    • เปิดสวิตช์ไฟพาวเวอร์ซัพพลายภายนอกหลัก (แนะนำให้เปิดระบบไฟสำรองพ่วงคู่กัน) สังเกตไฟแผง VU Meter หน้าบอร์ดและไฟสถานะของแชนแนลโมดูลจะติดสว่างขึ้น (เปิดมิกเซอร์ก่อนเปิดระบบลำโพงเสมอ)
  • 3. การตั้งระดับเกน (Gain) และตรวจสอบสถานะความดัง
    • ปรับลดเฟดเดอร์สไลด์วอลลุ่มของทุกแชนแนล รวมถึงเฟดเดอร์มาสเตอร์หลักลงมาที่ระดับต่ำสุด
    • ให้แหล่งสัญญาณเสียงทำงาน (เช่น ศิลปินร้องเพลงทดสอบไมค์ หรือเครื่องดนตรีเล่นสด) กดปุ่ม PFL (Pre-Fader Listen) หรือ SOLO ของแชนแนลนั้น ๆ
    • หมุนปรับปุ่ม GAIN ของแชนแนลนั้นขึ้นช้า ๆ สังเกตแถบเข็มวัดสัญญาณหรือไฟวิ่ง LED Meter บนแผงควบคุมหลัก ปรับระดับเกนให้สัญญาณมีความหนาแน่นคงที่และไม่พุ่งไปแตะขีดแดงเพื่อเลี่ยงเสียงบิดเบือน จากนั้นกดสวิตช์ PFL ออก
  • 4. การปรับแต่งโทนเสียงสไตล์อนาล็อกและการส่งบัส
    • ใช้ชุดคำสั่ง EQ 4 แบนด์ในการคัดแต่งเนื้อเสียง: ปรับปุ่มความถี่ (FREQ) และบิดปรับระดับเกน (GAIN) ของแต่ละย่านเสียง ควบคู่กับการควบคุมค่าความกว้างสเปกตรัม (Width/Q) เพื่อเจาะคัดเสียงร้องให้ลอยเด่นและชัดใสที่สุด
    • ดันเฟดเดอร์สไลด์แชนแนลขึ้นไปที่ระดับใช้งาน ปรับเลือกปุ่มส่งสัญญาณไปยังกลุ่มเสียง (VCA / Audio Groups) หรือหมุนส่งสัญญาณผ่านปุ่ม Aux Sends เพื่อกระจายเสียงไปยังลำโพงมอนิเตอร์บนเวที จากนั้นค่อย ๆ ดันเฟดเดอร์หลักขึ้นเพื่อปล่อยเสียงออกสู่กลุ่มผู้ชม
  • 5. การใช้งานระบบ Automation และการปิดคอนโซล

เขียนรีวิว

โน๊ต: ไม่รองรับข้อความแบบ HTML!
ไม่ชอบ ชอบ
We use cookies and other similar technologies to improve your browsing experience and the functionality of our site. Privacy Policy.